เครื่องออกกำลังกายราคาถูก

เทคนิคการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ !

แน่นอนว่าสำหรับคนที่ชื่นชอบการวิ่งออกกำลังกาย มักจะใช้เวลาออกไปวิ่งอย่างเป็นประจำที่สวนสาธารณะอย่างเป็นประจำ วันไหนที่ไม่ได้วิ่ง ก็จะรู้สึกเหมือนกันชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง แต่บางวันสภาพอากาศอาจจะไม่เป็นใจจริงๆ ไม่สามารถออกไปวิ่งออกกำลังกายนอกบ้านได้ จะให้ไปเข้าฟิตเนสก็เดินทางลำบาก …

ภาพจาก Fitness Gallery

การเลือกลู่วิ่งไฟฟ้า สำหรับใช้งานที่บ้าน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่ชื่นชอบการวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยไม่ต้องแคร์ในเรื่องของสภาพอากาศฟ้าฝนจะโหมกระหน่ำขนาดไหน เราก็ยังคงออกกำลังกายได้ภายในบ้านของเราเอง

เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างไรถูกใจคู่คุณภาพ


หากคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าสักเครื่อง มาใช้ออกกำลังกายภายในบ้าน จะต้องมาเรียนรู้เทคนิคในการเลือกกันก่อนค่ะ เพราะลู่วิ่งไฟฟ้า ก็ไม่ใช่ว่าจะราคา 100-200 บาท ที่เราเลือกผิดแล้วเราก็ซื้อใหม่ได้แบบไม่เสียดายเงิน

ภาพจาก FlexActiveSports.com

เทคนิคการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้า


ดังนั้นบทความนี้จึงขอสรุปเทคนิคการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าเบื้องต้น สำหรับนักวิ่งทั้งเก่าและใหม่ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาคู่กับคุณภาพการใช้งานอย่างสมราคา โดยเทคนิคดังกล่าวมีทั้งหมด 8 ข้อด้วยกัน เรามาเริ่มดูกันที่เทคนิคแรกกันเลย

1. ยี่ห้อและตัวแทนจำหน่าย


สิ่งแรกที่เราควรดูกันก่อนเลยคือยี่ห้อและตัวแทนจำหน่าย ที่สามารถมั่นใจได้ว่าหากเราเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้ามาแล้ว จะมีบริการซัพพอร์ทดูแล ส่งซ่อมแซมแก้ไขปัญหา มีรับประกันคุณภาพ 5 ปี คุณอาจจะซื้อจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง หรือซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

ภาพจาก Homepro.co.th

2. กำลังมอเตอร์


เมื่อเรามั่นใจในเรื่องของคุณภาพและการรับประกันแล้ว สิ่งที่เราจะต้องดูต่อจากนี้ เป็นในส่วนของคุณสมบัติของมอเตอร์ตัวเครื่อง ซึ่งเราจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนว่า เราจะเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า มาเพื่อการเดิน หรือ การวิ่ง

ภาพจาก enjoytreadmill.com

โดยหากคุณต้องการลู่วิ่งไฟฟ้ามาเดินออกกำลังกาย เลือกมอเตอร์ขนาด 1.5 แรงม้าก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าจะซื้อมาเพื่อการวิ่งอย่างจริงจัง แนะนำให้เลือกลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นที่มีมอเตอร์แรงกว่า 2.5 แรงม้าขึ้นไป

3. ขนาดของสายพาน


ขนาดของสายพานก็เป็นอีกจุดที่เราจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ถ้าหากเราใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าเพื่อการเดิน ขนาดความกว้างของสายพานสัก 45 เซนติเมตร ยาวสัก 140 เซนติเมตร และความหนาประมาณ 1.6 มิลลิเมตรก็เพียงพอค่ะ

ภาพจาก Top Fitness Magazine

แต่ถ้าหากคุณต้องการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้ามาเพื่อการวิ่ง สายพานจะต้องมีขนาดกว้าง 50 เซนดิเมตร ความยาว 150 เซนติเมตร และความหนาจะต้องไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เพื่อความสะดวกและความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน

4. ขนาดของลู่กลิ้ง


ลู่วิ่งไฟฟ้า จะมีลูกกลิ้งทรงกระบอกอยู่ตรงช่วงด้านหน้าและท้ายของสายพาน การเลือกขนาดของลูกกลิ้ง จะต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 2.5 นิ้ว เพราะถ้าหากลูกกลิ้งมีขนาดที่เล็กเกินไป รอบการหมุนก็จะเร็วมากกว่าลูกกลิ้งที่มีขนาดใหญ่ การเสื่อมสภาพของลูกปืนต่างๆ ก็เกิดขึ้นได้เร็วมากกว่าอีกด้วย

ภาพจาก BBC

5. ความเร็วและความชัน


สำหรับคนที่อยากจะได้ลู่วิ่งไฟฟ้าไว้ใช้สำหรับการเดินออกกำลังกาย ก็เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับระดับความเร็วได้มากกว่าการเดินปกติของเราเล็กน้อย อาจจะเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับความเร็วได้สูงสุด 16 กม./ชม. แต่สำหรับคนที่ต้องการวิ่งจริงจัง ก็เลือกตัวที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยสัก 20 กม./ชม. ก็เพียงพอต่อการใช้งานค่ะ

ภาพจาก Life in Leggings

6. ความหนาของไม้กระดาน


คงไม่มีใครอยากที่จะวิ่งออกกำลังอยู่แล้วลู่วิ่งหัก ! กันใช่รึเปล่าคะ ดังนั้นความหนาของไม้กระดานไม่ควรต่ำกว่า 1 นิ้ว เพื่อความปลอดภัยต่อการใช้งานลู่วิ่งไฟฟ้า ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการวิ่งค่ะ

7. ระบบความปลอดภัย


เมื่อเราพูดถึงกันเรื่องความปลอดภัยของการใช้งานลู่วิ่งไฟฟ้า แน่นอนว่าเราจะต้องตรวจสอบด้วยว่า ลู่วิ่งไฟฟ้าที่เรากำลังจะตัดสินใจซื้อ มีระบบรักษาความปลอดภัยหรือไม่ หากเราวิ่งแล้วเสียจังหวะล้ม ระบบจะต้องตัดการทำงานทันที นอกจากนี้จะต้องมีระบบรองรับแรงกระแทก เพื่อลดอาการบาดเจ็บตามข้อเข่าข้อเท้าอีกด้วย

ภาพจาก Herald & Review

8. ฟังก์ชันเสริมเพิ่มเติม


นอกจากคุณสมบัติหลักๆข้างต้นแล้ว เรายังต้องพิจารณาฟังก์ชันเสริมเพิ่มเติมอีกด้วย อาทิเช่น พวกอุปกรณ์ต่อเสริม เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ลำโพงสำหรับฟังเพลง ต่างๆ ที่อาจจะเป็นจุดเด่นที่อาจจะทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นค่ะ : )

ภาพจาก TreadmillReviews.com

ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพรุ่นแนะนำ


สำหรับลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาคู่กับคุณภาพรุ่นแนะนำในบทความนี้ ขอเสนอลู่วิ่งไฟฟ้า REEBOK RVON-10421BK (GT50) มอเตอร์ 2.25HP ประเภท DC ระดับความเร็ว 1-18 km/h มาพร้อมกับระบบปรับความชันแบบ Automatic ปรับได้ 15 ระดับ
จอแสดงผล LCD 7" (with blue backlight) แสดง โปรแกรม, ความเร็ว, ความชัน, ระยะทาง, แคลลอรี่, เวลาและชีพจร มีปุ่มกดสำหรับเลือกความเร็วและความชันแบบเร็ว, มีที่วัดชีพจรที่มือจับ ขนาดของสายพาน 500 x 1400 mm
สามารถพับเก็บได้ มีระบบ Soft Drop, มีลำโพง, มีพัดลม, มีระบบรองรับอุปกรณ์วัดการเต้นของหัวใจแบบไร้สาย รับประกัน มอเตอร์ 2 ปี, หน้าจอและแผงวงจร 1 ปี, ไม่รับประกันส่วนอื่นๆ, ไม่รับประกันค่าแรง

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.